ProjectorPRO Logo
หน้าหลัก
สินค้า
ติดตั้งโปรเจคเตอร์
เช่าโปรเจคเตอร์
ซ่อมโปรเจคเตอร์
ติดต่อเรา
ปลั๊กสัญญาณภาพ
มีโสตทัศนูปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผมอย่างมาก ตรงที่มีช่องรับสัญญาณเพียบ บางชนิดมีมากกว่า 1 ช่อง นั่นคือจอ TV LCD และ PDP(Plasma Display Panel) เฉพาะช่องรับสัญญาณภาพมี

    • RF
    • Composit
    • S-Video
    • Component
    • RGBHV
    • VGA
    • DVI
    • HDMI
    • USB


(รูปที่ 1)

1. RF (ดูรูปที่1) สัญญาณที่ต่อเข้าช่อง RF นี้ มักมาจากเสาอากาศ ผมไม่แน่ใจว่าชื่อ RF นี้ถูกต้องแค่ไหน เพราะคำว่า RF ย่อมาจาก Radio Frequncy(คลื่นวิทยุ) และคลื่น RF นี้เป็นพาหะนำสัญญาณภาพ Composit ละเสียงมาด้วย เช่นเดียวกับคลื่นไมค์ฯไร้สาย เผอินคนที่ผมชอบถามเกี่ยวกับอีเลคทรอนิกส์แล้วมักได้คำตอบที่ถูกต้องเกือบทั้งหมด ได้ย้ายไปอยู่กับน้องสาวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว

(รูปที่ 2)

2. Composit (ดูรูปที่2) เป็นสัญญาณภาพวีดีโอแบบดั้งเดิม ที่มีเฉพาะสัญญาณภาพและยังใช้กันอยู่อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน สัญญาณนี้ส่วนใหญ่มาจากกล้องถ่ายวีดีโอและเครื่องเล่น/บันทึกภาพเป็น VCD กับ DVD หรือ BlueRay

(รูปที่ 3)

3. S-Video (ดูรูปที่3) เป็นสัญญาณที่ดีกว่า Composit พอสมควร คนไทยไม่นิยมใช้เพราะเกือบทั้งหมดไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจจึงต่อสายสัญญาณอย่างผิดวิธี ภาพที่ได้จึงไม่ดี ช่างติดตั้งมักบอกลูกค้าว่าอย่าใช้ รวมทั้งมีสัญญาณภาพอย่างอื่นที่ดีกว่าให้ใช้แทน คนไทยเกือบทั้งหมดจึงไม่ใช้สัญญาณภาพชนิดนี้อีกแล้ว เว้นแต่มีลูกค้าของผมรายหนึ่งที่ต้องการใช้ เพราะเขาต้องการต่อสัญญาณภาพจำนวนมากเข้าโปรเจคเตอร์ ดังนั้นการเพิ่มสัญญาณภาพ S-Video อีก 1 ช่องจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี

(รูปที่ 4)

4. Component Video (ดูรูปที่4)ตามที่ผมเข้าใจ Component ก็คือ RGB แต่ระยะหลังคำว่าสัญญาณ Component มักจะหมายถึงสัญญาณจากเครื่องเล่น DVD ที่สัญญาณเป็น Y CbCr หรือไม่ก็ YPbPr ซึ่งคล้าย ๆ กับสัญญาณ Component Digital โปรดสังเกตว่า ไม่มีสัญญาณสีเขียว(Green) แต่แทนที่สัญญาณ Y (luminance) แทน

(รูปที่ 5)

5. RGBHV (Red, Green, Blue, Horizontal Sync, Vertical Sync) (ดูรูปที่5) เป็นสัญญาณที่ผมชอบใช้ เพราะสามารถใช้สายที่ใช้สื่อทองแดงที่มีขนาดใหญ่ ทำให้สามารถส่งสัญญาณไปได้ไกลโดยมีการสูญเสียคุณภาพน้อย ผมเคยใช้ RGBS (Red Green Blue Sync) กับช่องนี้แล้วยังใช้ได้ และน่าจะใช้ R GS B (Red Green Blue Sync on Green) กับช่องนี้ได้ ถ้าในสเปคของเขาบอกว่าใช้ได้ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมใช้สัญญาณ RGBHV เพราะรู้จักแต่ VGA แถมราคาสาย RGBHV แพงกว่ามากและหาซื้อแทบไม่ได้ ต้องสั่งพิเศษ รวมทั้งช่างติดตั้งเกือบทั้งหมดไม่มีความรู้ด้านนี้

(รูปที่ 6)

6. VGA (Video Graphic Array) (ดูรูปที่ 6) เป็นสัญญาณอนาล็อด ที่ไม่ว่าสัญญาณนั้นจะเป็น VGA SVGA(Super Video Graphic Array) XGA (Extended Graphic Array) ฯลฯ แต่ช่องรับสัญญาณส่วนใหญ่ยังใช้ปลั๊ก HD sub 15 ขาเข็ม ดังนั้นช่องนี้จึงยังเรียกว่า ช่องรับสัญญาณภาพ VGA สำหรับทุกความละเอียด ไม่มีการเรียกช่องรับสัญญาณภาพ SVGA หรือ XGA ฯลฯตามที่ผู้เชี่ยวชาญจาก ม.เกษตรฯ ยืนยันเยาะเย้ยกับผมเป็นลายลักษณ์อักษร

(รูปที่ 7)

7. DVI (Digital Visual Interface) เป็นสัญญาณดิจิตอล ต่อมามีการดัดแปลงให้รับสัญญาณ VGA ได้ โดยเพิ่มช่องสัญญาณอนาล็อดอื่น ๆ อีก 4 ช่องและแก้ไขเฟอร์มแวร์ให้รับสัญญาณ VGA ได้ ช่องรับสัญญาณ DVI รับเฉพาะสัญญาณดิจิตอลนี้ปัจจุบันเรียกว่า DVI-D (ดูรูปที่ 6A) และช่องที่รับได้ทั้ง ดิจิตอล และอนาล็อค VGA ที่ปัจจุบันเรียกว่า DVI-I (ดูรูปที่ 7) แล้วยังมีแบ่งเป็น Single Link และ Dual Link อีกด้วย

(รูปที่ 8)

8. HDMI (ดูรูปที่8) (High Definition Multimedia Interface) เป็นสัญญาณภาพดิจิตอลแบบเดียวกับ DVI แต่เพิ่มสัญญาณเสียงดิจิตอลเข้าไปด้วย ทำให้สะดวก และติดตั้ง ได้เรียบร้อย ปัจจุบันช่องรับสัญญาณ HDMI ค่อย ๆ เบียดช่องสัญญาณ DVI และมีโอกาศแทนที่อย่างเด็ดขาด

(รูปที่ 9)

9. USB (ดูรูปที่9) (Universal Serial Bus) จอ LCD/PDP รุ่นใหม่ ๆ และขนาดค่อนข้างใหญ่หน่อยขึ้นไป เริ่มมีช่องรับสัญญาณ USB เพื่อเล่นจากเครื่องเก็บข้อมูลอย่างฮาร์ดดิสก์ หรือ แฮนดี้ไดร์ฟ(บางคนก็เรียกว่าทั้มไดร์ฟ ฯลฯ) ผมชอบใช้ช่องนี้เพื่อทำงานแทน Photo Frame หรือ Digita Signage ที่ใช้โดด ๆ ไม่มีการพ่วงต่อทางเครือข่าย(network) และไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบ่อย ๆ

หมายเหตุ สัญญาณต่าง ๆ ที่ผมเขียนถึงนี้เป็นเพียงสังเขป เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่เคยทราบพอที่จะแยกแยะได้ ผมไม่ลงไปถึงชนิดของสาย และ ปลั๊กตัวผู้ รวมทั้งเวอร์ชั่นต่าง ๆของสัญญาณดิจิตอล เช่น DVI HDMI และ USB

ผมเชื่อว่าสัญญาณโทรทัศน์แบบคอมโพสิทที่มีมานานมากแล้วจะยังคงมีอยู่ต่อไปอย่างน้อยก็ด้วยเหตุผลเพราะสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยและหลายแห่งทั่วโลกยังใช้อยู่ แม้ผู้ซื้อโทรทัศน์ใหม่ ในประเทศสหรัฐอเมริกาแทบทุกรายจะยืนยันว่าต้องใช้กับสัญญาณ HD TV(High Definition Television) และ DTV(Digital TV) ได้ เพราะที่นั่นเขาส่งสัญญาณเหล่านี้กันเกือบทั่วแล้ว แต่ผมเชื่อว่ายังมีการส่งสัญญาณ RF คอมโพสิทยังอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ดี ขอแทรกตรงนี้นิดนึง ผมขอยืนยันว่าไม่มีการถ่ายทอดสัญญาณออกอากาศด้วย S-Video (แต่บรรณาธิการด้านภาพระดับไฮเอนด์ท่านหนึ่ง ได้พูดอย่างชัดเจนในการเสวนาที่โรงแรมแอมบาสเซอร์สุขุมวิท เมื่อปลาย พ.ศ. 2550 ว่า สถานีโทรทัศน์ส่งสัญญาณออกอากาศเป็น Y/C ท่านคงไม่รู้ว่า Y/C คือ ซูเปอร์วีดีโอ (S-Video) นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมเปิดบทความเรื่องความรู้ที่เว็บไซท์นี้

สัญญาณคอมโพเน้นเริ่มกลับมามีบทบาทมากขึ้น เมื่อครั้งระบบ DVD เริ่มเข้าตลาด แต่สัญญาณคอมโพเน้นของ DVD ไม่ใช่ RGB แบบดั้งเดิม ใครทราบลองตอบปัญหาที่โพสไว้ที่หน้าหลัก(Home Page) ของเว็บไซท์นี้ จะได้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ(ขออภัย ตอนนี้คำถามที่ว่านั้นได้เปลี่ยนเป็น dB แล้ว)

DVI และ HDMI ไม่ใช่มาตรฐานสัญญาณาภาพที่เป็นดิจิตอลตัวแรก ก่อนหน้านั้นเคยมีสัญญาณ EGA(Enhanced Graphic Array) ที่เป็นสัญญาณดิจิตอล TTL(Transister to Trasister Logic) และการ์ดคอมพิวเตอร์ EGA ที่ทั่วโลกนิยมในสมัยนั้นคือ เฮอร์คิวลิส และน่าภาคภูมิใจอย่างมากที่การ์ดจอเฮอร์คิวลิสนั้นเป็นของคนไทยที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

ผมชอบปลั๊ก DVI มากกว่าปลั๊ก HDMI ตรงที่ปลั๊ก DVI สามารถจขันสกรูล็อคแบบเดียวกับปลั๊ก VGA ส่วนปลั๊ก HDMI ใช้เสียบเข้าเฉย ๆ โดยไม่มีที่ล็อคแบบเดียวกับปลั๊ก USB

อีกประการหนึ่งในการติดตั้งระบบภาพและเสียง งานของผมส่วนใหญ่ต้องการแยกสัญญาณภาพไปที่โปรเจคเตอร์ ส่วนสัญญาณเสียงจะแยกไปยังเครื่องผสมสัญญาณเสียง แต่ก่อนเมื่อต้องใช้สาย HDMI ผมต้องหาซื้อเครื่องแยกสัญญาณภาพและเสียงของ HDMI ออกจากกัน ซึ่งหาซื้อได้ยาก แต่หลัง ๆ ผมใช้เครื่องแบ่งสัญญาณ HDMI แทนเพราะมีราคาพอ ๆ กันและหาซื้อได้ง่าย

แม้ผมจะชอบสัญญาณ DVI มากกว่า HDMI ซึ่งแรกเริ่มนั้นได้ถูกพัฒนามาเพื่อใช้กับงานบันเทิงในบ้าน แต่คงเป็นเพราะ HDMI รวมสัญญาณภาพและเสียงในเส้นเดียวกันทำให้การติดตั้ง เดินสาย สะดวกและเรียบร้อยกว่า DVI ทำให้ DVI ค่อย ๆ หายไปจากท้องตลาด และคงสูญพันธุ์ไปเวลาไม่นาน

VGA แม้จะถูกท้าทายจาก HDMI แต่คงใช้เวลาอีกค่อนข้างนานกว่าจะหายไปจากตลาด เนื่องด้วยสัญญาณ VGA เป็นสัญญาณอนาล็อคที่สามารถส่งสัญญาณตามสายทองแดงได้ไกลกว่าสัญญาณดิจิตอล เราสามารถแปลงสัญญาณ VGA เป็น RGBHV ได้ง่าย และยิ่งมีการใช้สายไฟเบอร์อ็อฟติกส์ ผมว่า RGBHV น่าจะต้านกระแสไปได้พอสมควร ดูจากผู้ผลิตสวิช RGBHV ยังมีรุ่นใหม่ ๆ ออกขาย

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ HDMI เพิ่มเติมนิดหนึ่ง 2 เรื่อง เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ Kramer ผู้ผลิตเครื่องบริหาร/จัดการสัญญาณชั้นนำของโลก ได้มาจัดบรรยายและแนะนำสินค้าใหม่ที่กรุงเทพฯ ที่โรงแรมย่านถนนรัชดาภิเศก เขาบอกว่ามีผู้ผลิตเครื่องมือที่ใช้สัญญาณ HDMI เวอร์ชั่น 1.3 เพียง 2-3 รายเท่านั้น ซึ่งรวมถึง Kramer ด้วย

ผมแปลกใจมากเพราะผมเพิ่งได้รับข่าวสารจาก HDMI ว่าเขาเพิ่งออกเวอร์ชั่น 1.4 ที่มีสาระสำคัญอยู่ 2 อย่าง คือ สัญญาณภาพและเสียงจะมีทั้งส่งและรับ ถ้าเป็นภาพคงเหมาะกับจอแบบสัมผัส(Touch Screen) ซึ่งจะเหมาะกับ Windows 7 แต่ถ้าเป็นเสียง ผมยังนึกถึงประโยชน์ไม่ออก

อีกสาระหนึ่ง คือ HDMI จะทำหน้าที่เป็นสัญญาณเครือข่าย (network) ได้ด้วย ซึ่งก็น่าจะดี โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้จอภาพ LCD TV มีความละเอียดพอจะรับสัญญาณโปรเกรสซิฟสแกน (progressive scan ผมอาจเขียนถึงเรื่องนี้ เพราะยังมีหลายคนไม่เข้าใจ) ที่เป็นสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์

อีกเรื่องหนึ่งที่ Kramer พูดถึง HDMI กับเครื่องสวิชต์สัญญาณ คือเขาได้แก้ปัญหาเรื่องเครื่องเล่น BlueRay ถูกปิดหรือภาพจากเครื่องคอมฯ ถูกตัด(ผมเคยเจอปัญหานี้เมื่อต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วสัญญาณภาพถูกปิด เนื่องจากการ์ดจอของผมไม่มีคำสั่ง เปิด/ปิด ผมเลยต้องบูตเครื่องคอมฯ ขึ้นมาใหม่)

เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ผมขออธิบายในด้านเทคนิคนิดหน่อย คือ เมื่อครั้งแรกที่มีการพัฒนา HDMI พวกเขาคำนึงถึงแค่แหล่งจ่ายสัญญาณภาพและเสียง จากแหล่งหนึ่งไปยังเครื่องรับอีกแหล่งหนึ่ง แต่เมื่อมีการนำมาใช้ในห้องประชุม แล้วมีการใช้เครื่องสลับ/เลือก สัญญาณกับเครื่องปลายทาง เช่น โปรเจคเตอร์ หรือ จอมอนิเตอร์ จึงเกิดปัญหาการขาดการติดต่อระหว่าง เครื่องรับและเครื่องส่งชั่วขณะ

ทั้งนี้เพราะในระบบ HDMI (เข้าใจว่า DVI ก็มีปัญหาด้วยเช่นกัน แต่ผมยังไม่เคยมีประสบการณ์) มีมาตรฐาน EDID (Extended Display Identification Data) เพื่อเช็คความละเอียดของโปรเจคเตอร์หรือมอนิเตอร์ หลังจากนั้น EDID จะไปสั่งให้ชุดจ่ายสัญญาณภาพให้ส่งสัญญาณที่มีความลเอียดที่เหมาะสมที่สุด

เมื่อสัญญา EDID ถูกตัดขาด EDID จะส่งสัญญาณไปยังเครื่องเล่น BlueRay หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ปิดสัญญาณนั้นทันที

ตามความเข้าใจของผม สัญญาณถูกส่งออกมาจากเครื่องแล้วไม่เจอเครื่องรับอาจขยายกำลังสัญญาณเพิ่มมากขึ้น จนอาจไปรบกวนระบบอีเลคทรอนิกส์ของเครื่องมืออื่น ๆ เขาจึงออกแบบมาให้ตัดสัญญาณนั้นทันที

แต่เจ้าหน้าที่ของ Kramer ในประเทศไทยอธิบายว่า EDID จะไปเช็คมาตรฐาน HDCP(High Definition Digital Content Protection) ซึ่งเป็นระบบที่ Intel สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพและเสียง เมื่อหา HDCP จากโปรเจคเตอร์ไม่ได้ เครื่องจ่ายสัญญาณจะถูกปิด ซึ่งจริง ๆ แล้ว HDCP ไม่มีการตัดสัญญาณแต่จะไม่อนุญาติให้สัญญาณผ่านเท่านั้นเอง

การสลับ/เลือก (Switch/Select) สัญญาณภาพนั้นจะไม่เกิดขึ้นทันทีทันใจ แต่จะใช้เวลาหลายวินาที ซึ่ง EDID จะสั่งตัดสัญญาณหากไม่ได้รับสัญญาณตรงจากโปรเจคเตอร์หรือมอนิเตอร์เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว

Kramer แก้ปัญหานี้ด้วยการโหลดสัญญาณข้อมูลจากโปรเจคเตอร์/มอนิเตอร์ มาเก็บไว้ในบัฟเฟอร์ขอเครื่องของ Kramer ทำให้เครื่องของ Kramer ทำหน้าที่เสมือนโปรเจคเตอร์/มอนิเตอร์ และจะไม่มีการขาดการติดต่อกับ EDID

ผมขอยืดเรื่องต่อจาก HDMI สักเล็กน้อย ผมเคยพูดเสมอว่าไม่มีอะไรจีรัง BlueRay เคยฟาดฟันกับ HD DVD จนฝ่ายหลังพังพาบ ตอนนี้ตัวเองก็คงต้องคอยวันตายจากมาตรฐานใหม่ ๆ ที่จะทยอยออกมาเรื่อยทุกขณะ(ตำแหน่ง สส. สว. หรือ รมต. ก็ไม่จีรัง)

ป่านนี้ HDMI คงต้องเตรียมปักหลักสู้กับ DisplayPort ช่องรับภาพมาตรฐานใหม่ที่ VESA ได้พัฒนาขึ้นมา (ดูรูปที่ 10) เพราะอย่างน้อย HDMI เริ่มมีมาตรการที่จะปรับขนาดปลั๊กของตนเองให้เล็กลง เพื่อให้เหมาะในการนำมาใช้กับระบบมัลติมีเดียในรถยนต์(แต่ไม่เห็นมีการพูดถึงการล็อคปลั๊กที่ผมคาดหวัง)

(รูปที่ 10)


DisplayPort เป็นมาตรฐานจากอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมยังไม่เคยเห็นของจริง ผมเคยถามร้านค้าในพันธ์ทิพย์พลาซ่าหลายราย แต่เจอเพียงคนเดียวที่บอกว่าเราทราบว่า DELLใช้ปลั๊ก DisplayPort มีบางคนบอกผมว่าเครื่องคอมของ Apple ใช้ Mini DisplayPortซึ่งผมต้องเข้าไปดูในศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า

DisplayPort นี้จะต่อตรงจากการ์ดจอแสดงผลไปยังจอมอนิเตอร์ โดยไม่ต้องผ่านชุดประมวลผลบางอย่างเช่น DVI และ HDMI ซึ่งจะทำให้โปรเจคเตอร์และจอมอนิเตอร์มีขนาดเล็กลง ซึ่งหมายถึงน้ำหนักที่ลดลงและราคาถูกลงด้วย

ได้ยินว่า DisplayPort กำหนดให้นัญญาณของเขาสามารถใช้ร่วมกับ DVI และHDMI ได้ ซึ่งในระดับผู้กำหนดมาตรฐานนั้นคงใช้เวลานานหน่อย แต่ในระดับช่าง วิศวกรนั้นคงหาวิธีแก้ปัญหาได้เร็วกว่า

ผมเชื่อว่า DisplayPort สามารถซอนไซเข้ามาในระบบภาพอย่างช้า ๆ แต่ผมไม่กล้าฟันธงว่าจะเป็นผู้พิชิตได้หรือไม่ แต่ที่น่าจะเป็นไปได้มากคือ HDMI น่าจะยังยึดตลาดโฮมเธียเตอร์ไว้ได้อยู่ ส่วน DisplayPort น่าจะแทรกเข้าภายใน 4-5 ปี เพื่อยึดตลาดคอมพิวเตอร์ได้

ที่มา นายตาถั่วคลำช้าง http://www.virasupplies.com/know-ledge-HDMI.php